เคล็ดลับลดน้ำหนักด้วยวิธีธรรมชาติ ปลอดภัย ไม่สิ้นเปลือง

15.

ถ้าพูดถึงการมีหุ่นดี หุ่นสวย สมสัดส่วน คงไม่มีใครปฏิเสธนะคะว่าไม่อยากได้ วันนี้เรามีวิธีง่ายๆ แบบธรรมชาติในการลดความอ้วน ซึ่งจะช่วยให้คุณมีหุ่นสวยได้ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง วิธีเหล่านี้คุณสามารถควบคุมให้เป็นไปตามที่คุณกำหนดเองได้ ถ้าอยากจะลดแบบเร่งด่วนคุณจะต้องมีระเบียบในการปฏิบัติในแต่ละข้อให้มากๆ นะคะ

  1. ส้ม ควรดื่มน้ำส้มที่คั้นสดๆ เพราะในน้ำส้มจะมีวิตามินที่คอยช่วยดูดซึมสารอาหารที่สำคัญ ถ้าหากสาวคนไหนรับประทานส้มเป็นผลสดๆ ด้วยก็จะยิ่งช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดีอีกวิธีหนึ่ง เนื่องจากส้มจะมีเส้นใยธรรมชาติที่ทำให้รู้สึกอิ่มนั่นเองค่ะ
  2. ผักผลไม้ ควรรับประทานผักผลไม้เป็นประจำ อาหารจำพวกผักนั้นจะให้พลังงานน้อยแต่ก็มีสารอาหารเป็นจำนวนมากที่ร่างกายคุณต้องการ ส่วนผลไม้คุณก็ควรเลือกรับประทานผลไม้ที่ให้พลังงานต่ำ เช่น มะม่วง ฝรั่ง แตงโม ชมพู่ ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรสหวานจัด และให้พลังงานสูง เช่น ทุเรียน ลำใย เป็นต้น
  3. ธัญพืช ควรรับประทานอาหารจำพวกธัญพืชในมื้อเช้า และต้องเป็นธัญพืชชนิดที่มีไขมันต่ำด้วยนะคะ เพราะธัญพืชจะมีไฟเบอร์ วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ เป็นจำนวนมาก และจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำการย่อยช้าๆ จึงทำให้รู้สึกอิ่มท้องได้นานขึ้นด้วยค่ะ

นอกจากนี้ คุณควรหาเวลาออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาบ้าง ซึ่งช่วงแรกอาจจะเริ่มต้นวันละประมาณ 10 – 20 นาที พอร่างกายเกิดความรู้สึกชิน เริ่มปรับตัวได้ก็เพิ่มการออกกำลังกายเป็นวันละ 1 ชั่วโมง จะช่วยให้เผาผลาญไขมันได้ดียิ่งขึ้น และยังทำให้สุขภาพที่แข็งแรงอีกด้วย ค่ะ

เคล็ดลับลดน้ำหนักให้หุ่นสวยด้วยการกินผลไม้

16.

สำหรับสาวๆ ที่ชอบทานผักผลไม้เป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว ต่างก็รู้ดีว่าผักและผลไม้สามารถช่วยลดความอ้วนได้เป็นอย่างดี  นอกจากนั้น ยังอุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ อีกมากมายที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย แต่ผลไม้บางชนิดก็มีน้ำตาลเยอะเช่นกัน โดย เฉพาะผลไม้สุก ไม่ว่าจะเป็นมะละกอสุข มะม่วงสุข ผลไม้ที่มีรสหวาน ซึ่งสามารถทำให้คุณน้ำหนักขึ้นได้เหมือนกัน ดังนั้น ถ้าคุณต้องการลดน้ำหนักควรเลือกชนิดของผลไม้ที่จะรับประทานด้วย วันนี้เรามีผลไม้ที่เหมาะแก่การลดน้ำหนักมาฝากกันค่ะ

  1. ฝรั่ง เป็นผลไม้ที่หาง่ายและมีรสชาติดี ไม่หวานมาก กรอบอร่อย ซึ่งเหมาะมากสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก เพราะฝรั่ง 1 กิโลกรัม ให้พลังงานเพียง 240 กิโลแครอรีเท่านั้นเอง จึงเหมาะที่สุด สำหรับการลดน้ำหนัก แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้จะให้พลังงานน้อยแต่ก็ห้ามกินเกินวันละ 3 – 4 กิโลกรัมนะคะ และที่สำคัญไม่ควรจิ้มกับเครื่องจิ้มต่างๆ เพราะพวกเครื่องจิ้ม เช่น น้ำปลาหวาน พริกเกลือ มีส่วนผสมของน้ำตาลและเกลือซึ่งจะทำให้คุณอ้วนได้ค่ะ
  2. ส้ม ส่วนใหญ่คุณมักคุ้นเคยกับผลไม้ชนิดนี้ ไม่ว่าจะเป็นส้มโอ ส้มเขียวหวาน ส้มสายน้ำผึ้ง และอีกมากมาย มีหลายๆ คนชอบทานส้มในลักษณะของน้ำ แต่ความจริงนั้น จะทานส้มให้ได้ประโยชน์จริงๆ ควรทานทั้งกากค่ะ เพราะจะช่วยให้ระบายท้องได้ดี แต่สำหรับส้มก้อมีน้ำตาลพอสมควรนะคะ ส้ม 1 กิ โลกรัมให้พลังงาน 340 กิโลแคลอรี อาจมากสักหน่อยสำหรับคนที่กำลังลดความอ้วน แต่ถ้า ดังนั้น ควรกินวันละไม่เกิน 2 กิโลกรัมนะคะ มิเช่นนั้นน้ำหนักอาจจะกลับมาเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิมก็ได้ค่ะ

เห็นไหมคะว่าผลไม้ไทยๆ ก็สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ ถ้าคุณรู้จักเลือกกินให้เหมาะสม และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับรองว่าคุณสาวๆ จะมีรูปร่างดี หุ่นสวย สมสัดส่วนขึ้นอีกด้วยค่ะ

กินผลไม้อย่างไรให้ลดความอ้วนได้สมใจ

17..

ในปัจจุบันหลายๆ คนหันมากินผักและผลไม้เพื่อสุขภาพกันเยอะขึ้น เนื่องจากช่วยให้มีสุขภาพที่แข็งแรงแล้ว ที่สำคัญยังช่วยลดความอ้วนได้ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับในปัจจุบันนี้ แต่ก็ต้องเลือกผลไม้ที่เหมาะสม และต้องกินในปริมาณที่พอเหมาะด้วยถึงจะได้ผลดีกับการลดน้ำหนัก วันนี้เรามีผลไม้ที่มีคุณสมบัติในการลดความอวนได้ดีมาฝากกันค่ะ

  1. แตงโม หลายๆ คนกลัวที่จะกินแตงโมง เพราะแตงโมมีรสชาติหวาน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า แตงโมงเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานต่ำมาก และมีแคลอรีน้อยมาก แตงโม 1 กิโลกรัมให้พลังงานแค่ 60 กิโลแคลอรีเท่านั้นเองค่ะ แต่ข้อเสียของแตงโมก็คือ จะทำให้หิวเร็ว และปัสสาวะบ่อยค่ะ
  2. ชมพู่ เป็นผลไม้ที่มีหลายพันธุ์ หลายสี แตกต่างกันไป และมีหลายรสชาติ สำหรับสาวๆ ที่จะใช้ผลไม้ชนิดนี้ลดความอ้วน จะต้องเลือกพันธุ์ที่หวานน้อยที่สุด เพื่อการลดน้ำหนักจะได้ผลอย่างดีทีเดียวค่ะ เพราะชมพู 1 กิโลกรัมไห้พลังงานเพียง 120 กิโลแคลอรี ซึ่งไม่มากไม่น้อยจนเกินไป ใน 1 วันคุณสามารถกินชมพู่ได้ถึง 3 กิโลกรัมค่ะ แต่ไม่ควรเกินวันละ 6 กิโลกรัมนะคะ

นอกจากนี้ ยังมีผลไม้อื่นๆ ที่สามารถลดความอ้วนได้เหมือนกันนะคะ ซึ่งบางชนิดก็ให้พลังงานค่อนข้างสูง ที่คุณก็สามารถกินได้ แต่กินในปริมาณที่พอดี เช่น กล้วยน้ำว้า ไม่ควรกินเกินวันละ 1 หวี กล้วยหอม ไม่ควรกินเกินวันละครึ่งหวี กล้วยไข่ ไม่ควรกินเกินวันละครึ่งหวี ขนุนแกะเม็ด ไม่ควรกินเกินวันละ 7 ขีด  ผลไม้ประเภทกล้วยนี้เป็นผลไม้ทีอุดมไปด้วยเกลือแร่ต่างๆ เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง นอกจากจะพลังงานแล้ว ยังมีสารอาหารอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์กับร่างกายของคุณอีกด้วยค่ะ

อยากผอมด้วยวิธีธรรมชาติง่ายๆ แค่ปรับพฤติกรรม

18.

ความอ้วน นอกจากจะทำให้รูปร่างภายนอกดูน่าเกลียด ไม่สวยแล้ว ยังมีผลร้ายต่อภายในร่างกายอีกด้วย เพราะถ้าน้ำหนักตัวยิ่งมาก ยิ่งทำให้ร่างกายรับน้ำหนักตัวมากขึ้น ซึ่งมีผลร้ายต่อไขข้อต่างๆ ของร่างกาย และอาจก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดตีบตัน เพราะฉะนั้นทางที่ดีคุณควรป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากโรคอ้วนจะดีกว่าค่ะ วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ สำหรับคนอยากผอมด้วยวิธีธรรมชาติง่ายๆ แค่ปรับพฤติกรรม มาฝากกันค่ะ

  1. ควรงดอาหารที่เป็นแป้ง เนื้อสัตว์ และไขมัน แต่หันมารับประทานผัก ผลไม้ และธัญพืชให้มากๆ ที่สำคัญควรทานเฉพาะผักและผลไม้ให้ได้อย่างน้อย 1 วันต่อสัปาดาห์ค่ะ
  2. ก่อนรับประทานอาหารทุกมื้อควรดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้ก่อนสัก 1 แก้ว เพื่อจะช่วยทำให้คุณรู้สึกอิ่มเร็ว และรับประทานอาหารได้น้อยลงอีกด้วยค่ะ
  3. ควรงดรับประทานอาหารมื้อเย็นหรืออาหารที่เป็นแป้ง เปลี่ยนมารับประทานเป็นพวกผักหรือผลไม้แทน และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีความมัน หรือความหวาน ในมื้อเย็นด้วยค่ะ
  4. เคี้ยวอาหารช้าๆ เพราะการเคี้ยวอาหารเที่เร็วเกินไปจะทำให้คุณกินอาหารได้มากกว่าปกติโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากร่างกายยังไม่ได้ดูดซึมอาหาร จึงทำให้กินเท่าไหร่ก็ยังไม่รู้สึกอิ่มสักที
  5. คุณควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเดิน การวิ่ง เป็นต้น และควรออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้งต่อหนึ่งสัปดาห์และควรปฏิบัติเป็นประจำด้วยค่ะ

คุณสาวๆ ลองนำไปปฏิบัติตามกันดูนะคะ  ถ้าปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอรับรองเห็นผลอย่างแน่นอนค่ะ

พิชิตความอ้วน ด้วยวิธีธรรมชาติ

19.

ความอ้วนนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้สาวๆ หลายๆ คนหวาดกลัว และเป็นกังวลอย่างมาก เพราะความอ้วนนั้น นอกจากจะทำให้เกิดความไม่มั่นใจในการแต่งตัว และยังนำมาซึ่งโรคต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ความดัน เบาหวน หรือแม้กระทั่งโรคหัวใจ และการที่คุณจะสามารถพิชิตความอ้วนได้ สิ่งแรกที่คุณต้องทำก็คือ ต้องรู้ว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้เกิดความอ้วนได้บ้าง และเมื่อพบแล้วก็หาวิธีหลีกเลี่ยง และจัดการควบคุมเพื่อไม่ให้เกิดความอ้วนขึ้นได้ วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ ในการพิชิตความอ้วนด้วยวิธีธรรมชาติ มาฝากกันค่ะ

ลดปริมาณคาร์โบไฮเดรต และงดไขมัน เพราะไขมันทุกรูปแบบล้วนให้พลังงานสูง โดยไขมันสามารถให้พลังงาน ได้มากเป็น 2 เท่าของ คาร์โบไฮเดรต ในปริมาณที่เท่ากัน งดรับประทานอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูง และหันมาทานผักและผลไม้ให้มากๆ ผลไม้ควรเลือกทานที่ให้พลังงานต่ำ เช่น มะม่วง ฝรั่ง แตงโม ชมพู่ และดื่มน้ำส้มให้มากๆ เพราะวิตามินซีที่มีอยู่ในน้ำส้มจะช่วยดูดซึมสารอาหารที่สำคัญ แล้วหากสาวคนไหนรับประทานส้มเป็นผลด้วย ก็จะช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดีอีกด้วยค่ะ เพราะส้มจะมีเส้นใยธรรมชาติที่ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วและอิ่มได้นาน ในมื้อเช้าคุณควรเลือกรับประทานอาหารจำพวกธัญพืชชนิดที่ให้ไขมันต่ำ เพราะธัญพืชที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ จำนวนมาก ซึ่งจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำการย่อยอย่างช้าๆ เพื่อให้ร่างกายได้ดูดซึมสารอาหารเข้าสู่ร่างกาย ทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้องได้นานขึ้น และที่สำคัญควรหาเวลาให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว หรือได้เหงื่อบ้าง ถ้าหากมีเวลามากพอก็ให้หาเวลาไปออกกำลังกาย เช่น การวิ่ง การเดิน หรือเล่นกีฬา เพื่อช่วยในการเผาผลาญพลังงาน

การพิชิตความอ้วนด้วยวิธีธรรมชาติแบบง่ายๆ นี้ จะได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ ถ้าคุณมีความมุ่งมั่นและตั้งใจลดน้ำหนักอย่างจริงจัง คนจะประสบความสำเร็จในการพิชิตความอ้วนอย่างแน่นอนค่ะ

ข้อคิดดีๆ ลดน้ำหนักด้วยวิธีธรรมชาติ

20.

สาวๆ หลายคนที่มีรูปร่างอ้วน มีพุงย้วย ยื่นออกมาก นอกจากจะสร้างความไม่มั่นใจให้แล้ว ยังอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ด้วย เพราะไขมันที่สะสมอยู่ที่หน้าท้องนำมาซึ่งโรคมากมาย เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ รวมถึงโรคมะเร็งได้อีกด้วย ดังนั้นหลายๆ คน จึงพยายามลดน้ำหนัก ลดพุง แต่ก็ยังไม่สำเร็จสักที วันนี้เราเลยนำเทคนิคที่จะช่วยให้ลดพุงได้ภายใน 1 เดือนมาฝากกันค่ะ

ตั้งใจ เมื่อใดที่คุณมีความตั้งใจและมุ่งมั่น ที่จะทำในสิ่งที่ต้องปฏิบัติในการลดน้ำหนักแล้ว ความตั้งใจนั้นก็เท่ากับเป็นก้าวแรกของความสำเร็จแล้วล่ะค่ะ

ตั้งเป้าหมาย เมื่อตั้งใจจะลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพแล้ว ก็ต้องมีการตั้งเป้าหมาย ไม่เช่นนั้นก็จะเหมือนกับการเดินทางที่ไร้จุดหมายปลายทาง โดยเริ่มต้นให้คุณจดบันทึกน้ำหนักตัวและรอบเอว และตั้งเป้าหมายที่คิดว่าเป็นไปได้ แต่ต้องไม่ต้องเป้าหมายที่สูงมากเกินไปนัก เพราะจะทำให้คุณเครียดและไม่มีความสุขกับการลดน้ำหนักในครั้งนี้ค่ะ

ลงมือทำ  คุณควรปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อเอื้อต่อการลดน้ำหนัก โดยเฉพาะการปรับพฤติกรรมในเรื่องของอาหารการกิน และมีการกินที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ

สิ่งสำคัญคือ คุณควรคิดก่อนที่จะกินอะไร และอย่ากินตามใจตัวเอง เมื่อตั้งใจจะลดน้ำหนักจริงๆ ต้องเริ่มเลือกของกิน หลีกเลี่ยงของทอด ของมัน ขนมขบเคี้ยวที่เคยชื่นชอบ ควรงดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมาก เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสม ชา กาแฟ หรือช็อกโกแลต รวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยค่ะ

รักษาสิวและรอยด่างดำด้วยน้ำมันรำข้าว

5

ปัจจุบันมีการักษาสิวและรอยด่างดำจากสิว มากมายหลากวิธี ทั้งแบบเทคโนโลยีสำสมัยใหม่หรับผู้ที่ต้องการให้สิวหายอย่างเร็วทันใจ แม้จะเจ็บตัวนิดหน่อยก็ตาม แต่ก็ไม่รับประกันว่าจะปลอดภัยและจะไม่เกิดสิวขึ้นมาใหม่อีก และการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติ ที่ได้จากผลผลิตจากธรรมชาติแม้จะเห็นผลช้า แต่ก็มีความยั่งยืน และปลอดภัยกว่า และหากรักษาสุขภาพผิวด้วยสมุนไพรต่อไปอีกเรื่อยๆ หลังจากสิวหายแล้ว ก็อาจจะทำให้สิวไม่กลับมากวนใจคุณอีกเลยก็ได้ค่ะ ดังนั้น การรักษาสิวในแบบธรรมชาติ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด และปลอดภัยที่สุด ที่สำคัญไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเราอีกด้วย วันนี้เรามีวิธีรักษาสิวและรอยด่างดำในแบบธรรมชาติด้วยน้ำมันรำข้าวมาฝากกันค่ะ

น้ำมันรำข้าว มีสารแกมม่าโอริซานอล และสารแกมม่าโอริซานอล ที่มีเฉพาะในน้ำมันรำข้าวเท่านั้น สารโอริซานอลมีคุณสมบัติเป็นสารต้านการเกิดออกซิเดนท์ มีฤทธิ์เช่นเดียวกับวิตามินอี แต่มีประสิทธิภาพสูงกว่าถึง 6 เท่า และยังมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระโดยเฉพาะอีกด้วย เมื่อนำมาใช้ในการบำรุงผิวหน้า สารแกมม่าโอริซานอล ก็จะช่วยป้องกันสิว ริ้วรอยก่อนวัย และช่วยป้องกันผิวหน้าจากการทำลายของรังสียูวีจากแสงแดด ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ และรอยด่างดำได้ดีอีกด้วยค่ะ

ถ้าหากคุณใช้น้ำมันรำข้าวทาผิวอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใส ไร้สิว ปกป้องผิวจากริ้วรอยก่อนวัย วิตามินอีที่มีอยู่ในน้ำมันรำข้าวยังช่วยบำรุงให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหน้าอีกด้วย นอกจากนั้นสารสำคัญอื่นๆ ในน้ำมันรำข้าว เช่น ออไรซาเซราไมด์ และสควอรีน จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิวหนังทำให้ผิวหนังเรียบเนียน เต่งตึงยาวนาน และไม่มีสิวมารบกวนอีกต่อไปค่ะ

 

 

 

ขั้นตอนดูแลผิว ไม่เป็นสิวแบบยั่นยืน

4

เมื่อรักษาสิวให้หายไปจากใบหน้าได้แล้ว คงไม่มีใครอยากกลับมาเป็นอีก วันนี้เรามีขั้นตอนของการดูแลผิว เพื่อไม่ให้กลับมาเป็นสิวต่อไป มาฝากกันค่ะ

ขั้นตอนที่ 1 สร้างสุขภาพด้วยองค์ประกอบ 6 ประการ เพื่อมีสุขภาพผิวที่ดี

  • กินอาหารที่มีประโยชน์และถูกต้องตามหลักโภชนาการที่ดี และดื่มน้ำอย่างถูกต้องเหมาะสม เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย
  • หายใจให้ได้คุณภาพและถูกวิธี โดยการหายใจเข้า-ออก ลึกๆ และช้าๆ ในที่ ที่มีอากาศบริสุทธิ์
  • มองโลกในแง่ดี คิดบวก อารมณ์สดชื่น ไม่โกรธหรือโมโหง่าย การฝึกจิตใจให้สงบ ด้วยการการนั่งสมาธิ สวดมนต์ แบบรู้ความหมายบทสวด
  • ออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตัวเอง ไม่หักโหม แต่ให้ถึงจุดที่ทำให้รู้สึกสดชื่น และหลังจากออกกำลังควรจะต้องมีแรงเหลือพอที่จะทำอย่างอื่นด้วย จึงจะเรียกว่าเป็นการออกกำลังกายที่ดีต่อร่างกายจริงๆ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ คือการนอนหลับให้สนิทในช่วง 4 ทุ่มถึงตี 2 ดังนั้น ควรเข้านอนประมาณ 3 ทุ่มกำลังดีค่ะ
  • ทำกิจกรรมกลางแจ้งบ้าง ในช่วงที่แสงแดดอ่อนๆ ไม่แรงมาก เพื่อให้ร่างกายได้รับแสงแดดทุกวัน

ขั้นตอนที่ 2  หลังจากปฏิบัติขั้นตอนที่ 1 ไปแล้ว จะเริ่มสังเกตได้ว่าสภาพผิวหน้าค่อยๆ ดีขึ้นแล้ว ซึ่งแต่ละคนก็ใช้เวลามากน้อยต่างกัน บางคนอาจจะใช้เวลาไม่ถึงเดือน หรือบางคนอาจใช้เวลา 1-2 เดือน หากได้ทำตามหลักการสร้างสุขภาพในข้างต้นมาโดยตลอด แต่ก็ยังมีปัญหาสิวเล็กๆ น้อยๆ อยู่ เช่น สิวผด หรือยังมีสิวขึ้นง่ายอยู่ ดังนั้นควรเพิ่มการกินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ หรือแคโรทีนอยด์ ได้แก่พวกผักและผลไม้ที่มีสีเหลือง สีแดง หรือสีเข้ม เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 3  จะเห็นได้ว่าผิวหน้าเริ่มดีขึ้นในเกณฑ์ที่พอใจแล้ว ให้บำรุงผิวจากธรรมชาติ ที่ไม่มีสารปนเปื้อนอันตรายหรือสารเคมี ที่จะไปตกค้างในร่างกายของเราได้อีก เพราะร่างกายเราตอนนี้แข็งแรงไม่มีสารพิษตกค้างอยู่อีกแล้วจะทำให้สิวไม่กลับมาเป็นอีกด้วยค่ะ

 

 

 

 

รักษาสิวด้วยลมหายใจ

3

ลมหายใจ คือเป็นสิ่งสำคัญลำดับแรกๆ หรือลำดับหนึ่งของชีวิตเลยก็ว่าได้  หากคุณมีการหายใจแบบมีคุณภาพจะทำให้คุณห่างไกลจากโรคภัยต่างๆ ได้ เพราะการหายใจนั้นสามารถควบคุมการทำงานของต่อมไร้ท่อที่มีอยู่มากมายในร่างกายเรา ต่อมไร้ท่อเป็นต่อมที่ทำงานโดยไม่ต้องมีการเชื่อมโยงกับอวัยวะส่วนอื่น แต่สามารถทำงานได้โดยรับคำสั่งจากฮอร์โมน และต่อมไร้ท่อหลายต่อมก็ผลิตฮอร์โมนเพื่อส่งต่อไปยังต่อมหรืออวัยวะอื่นภายในร่างกายค่ะ อยากจะควบคุมฮอร์โมนให้สมดุล ให้เป็นปกติ ก็ต้องหัดหายใจให้เป็นหรือหายใจอย่างถูกต้องนั่นเองค่ะ

การหายใจดีและมีคุณภาพ ได้แก่

– หายใจในที่ ที่มีอากาศบริสุทธิ์

– ช่วงจังหวะของการหายใจไม่ยาวหรือสั้นจนเกินไป หายใจให้ตัวเองรู้สึกสบาย

– หายใจแล้วให้รู้สึกผ่อนคลายไปถึงจิตใจด้วย

ลองสังเกตดูถ้าคุณกำลังโมโห เครียด หรือกำลังโกรธ หัวใจของคุณจะเต้นเร็วและทำให้หายใจเร็ว พอหายใจเร็วก็คือหายใจตื้น สูดอากาศเข้าไปได้น้อย ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนได้น้อยกว่าปกติด้วย ออกซิเจนมีความจำเป็นต่อการทำงานชองทุกอวัยวะของเซลล์ในร่างกาย ถ้าร่างกายขาดออกซิเจนหรือได้รับออกซิเจนที่ไม่เพียงพอ คุณอาจเป็นอัมพาตหรือตายเพราะร่างกายขาดออกซิเจนได้ เซลล์ของคุณก็เหมือนกันค่ะ จึงเป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมคนที่ชอบอารมณ์เสีย ขี้บ่น ขี้หงุดหงิด ถึงมีผิวไม่ค่อยดี และยิ่งทำให้อาการสิวแย่ลงไปอีกด้วยค่ะ

พอคุณมีการหายใจดีมีคุณภาพแล้ว จะรู้สึกผ่อนคลาย ต่อมไร้ท่อก็จะทำงานได้ปกติ ไม่ต้องทำงานแบบเร่งรีบ ร่างกายก็จะเข้าสู่ความสมดุลค่ะ ควรหมั่นทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ หรือทำทุกครั้งที่นึกขึ้นได้ พยายามนั่งหลังตรง ตรงตรง เพื่อเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อขณะหายใจเข้าออกช้าๆ ลึกๆ ด้วยค่ะ แล้วคุณจะไม่พบกับปัญหาสิวกวนใจอีกเลยก็ได้ค่ะ

 

รักษาสิวเรื้อรัง ด้วยพลังของจิต

2

หลายๆ คนมีปัญหาสิวเรื้อรัง ที่รักษาแล้วก็ยังเป็นๆ หายๆ ไม่หยุดหย่อน คุณเคยคิดหรือไม่ว่า บางทีคุณอาจไม่ได้เป็นแค่สิว แต่คุณเป็นอะไรที่มากกว่าสิว สิวเป็นแค่สิ่งที่แสดงให้คุณเห็นว่าในร่างกายเกิดความผิดปกขึ้น ซึ่งถ้ารักษาข้างในหาย สิวก็จะหายไปด้วย หรือในอีกกรณีหนึ่งคือ สิวของคุณไม่ใช่โรคทางกายเท่านั้น แต่เป็นโรคทางจิตวิญญาณด้วย ถ้าหากรักษาที่จิตหาย สิวก็จะดีขึ้นและหายไปด้วย หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาสิวเรื้อรัง รักษาไม่หายขาดสักที คุณลองเลือกการรักษาในแบบสุขภาพบำบัดที่เราจะแนะนำให้คุณทราบดังต่อไปนี้ดูซิคะ

การรักษาสิวในแบบสุขภาพบำบัด เป็นการรักษาตามแพทย์แผนจีน-ทิเบตและไทย และเน้นที่การใช้พลังงานธรรมชาติบำบัด เช่น การใช้หินเพื่อปรับสมดุล การอดอาหารล้างพิษ รวมไปถึงเรื่องจิตวิญญาณด้วย ซึ่งการรักษาแนวนี้จะไม่ใช้ยาเลย แต่จะใช้ การปรับสมดุลด้านวิถีชีวิต ในการบำบัดรักษาและคืนความสมดุลให้กับร่างกายแทนค่ะ

สิวกับจิตนั้นมีเกี่ยวข้องกัน คุณเคยลองคิดหรือไม่ว่า ทำไมการไม่สร้างความเครียด  การเลิกคิดถึงหรือกังวลแต่เรื่องสิว การปล่อยวาง หรือคนที่รักษาศีล คนที่มีจิตใจดี คิดดี ผิวจึงผ่องใสขึ้นได้ ซึ่งนั่นหมายถึง การจะรักษาสิวให้หายได้ ต้องพัฒนา คุณภาพของจิตใจ ด้วยซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถแยกออกได้เลย

ถ้าคุณมีสติ คุณก็จะรู้ว่ากินอะไรแล้วดีต่อร่างกาย อะไรที่ไม่ดี แล้วก็เลือกกินตามเหตุผลมากกว่าใช้อารมณ์ เมื่อเครียดก็สามารถปล่อยวางได้ และคุณจะมองเห็นถึงสาเหตุที่ทำให้ตัวเองเป็นสิวได้ดียิ่งขึ้น เพราะจิตที่มีสติและไม่เครียดจะทำให้มองเห็นอะไรตามที่เป็นจริง เอาข้อเท็จจริงสาเหตุของสิวที่เป็นและค่อยๆ ปรับแก้ไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็ต้องเจอหนทางของตัวเองจนได้ค่ะ แล้วคุณก็จะหายจากสิวอย่างถาวรอีกด้วยค่ะ